สกร.ระดับอำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองมหาสารคาม  

1.  ศาลหลักเมืองประจำจังหวัดมหาสารคาม

สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช  2455  เดิมเป็นศาลไม้ต่อมาในปีพุทธศักราช 2494 ได้ก่อสร้างศาลหลักเมืองหลังใหม่ และขยายบริเวณที่ตั้งศาลให้กว้างขวางออกไปอีกด้วย จนกระทั่งปีพุทธศักราช  2527 มีการบูรณะศาลหลักเมือง อีกครั้งหนึ่งโดยให้กรมศิลปากรออกแบบให้ถูกต้องตามจารีตประเพณีโบราณ ปัจจุบันนี้มีลักษณะเป็นอาคารจตุรมุข มีทางขึ้นทั้งสี่ทิศเสาหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ (ไม้คูนหรือแก่นคูน)  แกะสลักลงรักปิดทองอย่างสวยงาม ตั้งอยู่หน้าบริเวณโรงเรียนหลักเมือง


 

2. สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน  แสดงความเป็นมาของศิลปะอีสานตลอด ศิลปหัตถกรรม  เช่น  การทอผ้าลายผ้าต่างๆนอกจากนั้นก็มีวรรณคดีอีสานประเภทใบลานซึ่งหาชมได้ยาก นอกจากนั้นยังมีภาพสไลด์เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของชาวอีสานให้ชมด้วยศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสานตั้งอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม


 

3. วัดพุทธวนาราม” หรือ วัดป่าวังน้ำเย็น

ตั้งอยู่ที่บ้านวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคามวัดป่าวังน้ำเย็น (วัดพุทธวนาราม) เกิดจากพระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ เจ้าอาวาสวัดได้ดำริที่จะสร้างวัด จึงมีญาติโยมชาวมหาสารคามร่วมกันบริจาคที่ดินกว่าสามสิบไร่ มีพัฒนาที่ดินรกร้างที่เกิดจาคศรัทธา ของพุทธศาสนิกชนจนวัดกลายเป็นวัดที่มีความสง่างาม เอกลักษณ์ของวัดป่าวังน้ำเย็นคือเป็นวัดที่ก่อสร้างโดยใช้ไม้เป็นองค์ประกอบหลัก


 

4. อุทยานการเรียนรู้มหาสารคามหรือ MK Park (Mahasarakham Knowledge Park)

ตั้งอยู่ใจกลางตัวอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยปรับปรุงอาคารศาลากลางจังหวัดแห่งเดิม ให้กลายเป็นศูนย์บริการการเรียนรู้แบบตั้งต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ห้องสมุด ห้องประชุมสัมมนา ห้องฉายภาพยนตร์ 3 มิติ ห้องนิทานสานฝัน ห้องกาแฟ เป็นต้น


 

5. พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม 

ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะหนองข่ามีเนื้อที่ประมาณ 40ไร่ อันมีแมกไม้บวกกับสระน้ำหนองข่าที่ร่มรื่น  ด้านหน้ายังมีอนุสาวรีย์ท้าวมหาชัยวีระบุรุษอันดับหนึ่งของชาวหาสารคาม  พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคามได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2547 การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคามเน้นการเล่าเรื่องวิถีชีวิตของผู้คนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคามโดยมีแก่นของเรื่อง (Theme) ซึ่งเป็นตัวตนหรืออัตลักษณ์แห่งชาวเทศบาลเมืองมหาสารคาม คือ “เมืองซ้อนนบท” สามารถแบ่งมิติทางประวัติสาสตร์ในการนำเสนอเป็น 5 ยุค ประกอบด้วย ยุคก่อนตั้งเมืองมหาสารคาม ยุคเจ้าเมืองท้องถิ่น ยุคปกครองโดยข้าราชการ ยุคขยายตัวทางการศึกษา ยุคเศรษฐกิจฟองสบู่


 

6. ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี

อำเภอเมืองมหาสารคาม ถือได้ว่าเป็นแหล่งค้นคว้าเพื่อการเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับชาวมหาสารคาม เป็นพื้นที่ส่งเสริมการอ่านสำหรับผู้สนใจ ถือได้ว่าเป็นห้องสมุดที่มีชีวิต มีรูปแบบที่ทันสมัย สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ด้านทรัพยากรสารสนเทศ  อันเป็นหัวใจสำคัญของห้องสมุดที่มีชีวิตมีบริการและกิจกรรมที่หลากหลายโดยจัดตลอดทุกสัปดาห์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกด้าน


 

7. วัดป่าอาศิราวาสเกาะเกิ้ง

วัดป่าอาศิราวาสเกาะเกิ้ง หรือ ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า วัดป่าเกาะเกิ้ง เป็นวัดป่าที่อยู่ห่างจากตัวเมืองมหาสารคาม แค่ไม่กี่กิโล แต่ที่นี่มีเอกลักษณ์ก็คือตอนเช้าจะตักบาตรสะพานไม้ทางเข้าวัด ถือเป็นไฮไลท์ที่พวกเราชาวพุทธศาสนิกชนควรค่าแก่การไปเป็นอย่างมาก


 

8. กู่มหาธาตุ

โบราณสถานสำคัญอีกที่หนึ่งของ จ.มหาสารคาม สร้างด้วยศิลาแลงเป็นศิลปะขอมแบบบายนรูปกระโจมสี่เหลี่ยม สูงจากพื้นดินถึงยอด 4 วา กว้าง 2 วา 2 ศอก ภายในปราสาท ล้อมรอบด้วยกำแพงสี่เหลี่ยม มีซุ้มประตู มีกู่ปรางค์ประธาน คาดว่าสร้างในพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นโรคยาศาล ศาสนาพุทธลัทธิมหายาน ประติมากรรมที่ค้นพบเป็นรูปเคารพหินทราย 2 องค์ องค์หนึ่งคือ พระพุทธไภษัชยคุรุไวทูรย์ประภา นั่งขัดสมาธิ ประนมมือ ถือสังข์


 

9. บ้านหม้อ

มูลเหตุที่มาของชื่อ “บ้านหม้อ” เนื่องจากชาวบ้านที่อพยพมาเป็นชาวโคราชมีฝีมือในการปั้นหม้อที่ทำด้วยดินเหนียว บริเวณพื้นที่ของบ้านหม้อมีดินเหนียวเหมาะแก่การปั้นหม้อจึงเลือกเอาพื้นที่เป็นที่ตั้งหมู่บ้าน และร่วมกันสร้างครอบครัวเริ่มต้นจาก 8-9 ครอบครัวและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การชื่อว่าบ้านหม้อทราบเพียงว่าผุ้สูงอายุพากันเรียกมาตลอด หรืออาจเป็นเพราะคนนในหมู่บ้านปั้นหม้อเกือบทุกครัวเรือนทุกคนจึงรับรู้ไปในทางเดียวกันว่าที่แห่งนี้ชื่อบ้านหม้อ และชาวบ้านเองก็ยอมรับว่าหมู่บ้านแห่งนี้ชื่อว่า “บ้านหม้อ”


 

10. กุดนางใย

“กุดนางใย” เป็นชื่อของแหล่งน้ำธรรมชาติสำคัญของเมืองมหาสารคาม  ลักษณะเป็นแม่น้ำปลายด้วน  มีน้ำขังตลอดปี ภาษาถิ่นอีสานจึงเรียกแหล่งน้ำลักษณะดังกล่าวว่า กุด, ชาวเมืองมหาสารคามในอดีตได้อาศัยน้ำจากกุดนางใยใช้สอยต่างๆ เช่น รดผัก ยาสูบและพืชพันธุ์ต่างๆที่ปลูกตามริมกุดในทางประวัติศาสตร์ ชื่อกุดนางใยได้เป็นชื่อที่ขอตั้งเป็นเมืองมหาสารคาม  ในปี พ.ศ. 2408 ต่อมาได้มีการสร้างสะพานข้ามขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2446 สมัยพระเจริญราชเดช (อุ่น) เจ้าเมืองมหาสารคามคนที่สาม และมีการศาลาพักริมทางแก่ผู้สัญจรไปมาด้วย  เล่ากันว่าในช่วงก่อนทศวรรษ 2480 นั้น มีจระเข้อาศัยอยู่จำนวนมาก และมักชอบขึ้นมานอนเกยตามฝั่งตลิ่งของลำห้วยอาบแดดอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังออกจะดุร้ายอีกด้วย


 

พระเจริญราชเดช (กวด ต้นตระกูลภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม เจริญศิริ อัตถากร) หรือพระเจริญราชเดชขัตติยะเชษฐ์วรพงษ์พิสุทธิ์ หรือพระเจริญราชเดชวรเชษฐขัติยพงศ์ ผู้สร้างเมืองมหาสารคาม เดิมเป็นที่ท้าวมหาชัย (ท้าวมหาไชย)  กรมการเมืองร้อยเอ็ด นามเดิมว่าท้าวกวดหรือท้าวศรีวงศ์ เป็นเจ้าเมืองมหาสารคามองค์แรก ในฐานะพระประเทศราชและเจ้าเมืองชั้นเอก เป็นเชื้อสายเจ้านายราชวงศ์ล้านช้าง พระนามเต็มตามธรรมเนียมท้องถิ่นในเอกสารราชการเรื่องแต่งตั้งเพี้ยจันทะเนตกรมการเมืองมหาสารคามเมื่อวัน 1 (อาทิตย์) ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเส็ง ตรีนิศก ระบุว่า "พระราช...อัคคมหากษัตริย์อัดทีปติเอกษัตตะมหานัครบุรีสีสุริยมาสชาติสุริยวงศ์เทพยาดา เจ้าพระจะเลือนลาสซะเดดองค์เสวยเมืองมหาสาลคามราชธานีสีสาเกตะ" ส่วนเอกสารฝ่ายสยามออกนามยศเต็มว่า พระเจริญราชเดชวีรเชษฐ์มหาขัติยพงศ์ รวิวงศ์สุรชาติประเทศราชธำรงรักษ์ ศักดิ์กิติยศเกรียงไกรศรีพิชัยเทพวรฤทธิ์ พิศอนุพงศ์ปรีชาสิงหบุตรสุวัฒนา นคราภิบาลชาญพิชัยสงคราม เป็นต้นสกุลภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม และสกุลมหาสาขาต่าง ๆ ในจังหวัดมหาสารคาม อาทิ เจริญศิริ เจริญราชเดช อัตถากร


 

12.  แก่งเลิงจาน

แก่งเลิงจานหรืออ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน (Kaeng Leng Chan) ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของตัวเมือง ตำบลแก่งเลิงจาน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ภายในมีสวนสุขภาพแก่งเลิงจานที่กว้าง โล่ง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนและการออกกำลังกาย พิพิธภัณฑ์ ศาลากลางน้ำ และอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านไปมาและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและ ทัศนศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานีประมง ทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้หลายจังหวัดในภาคอีสาน หากท่านมีเวลาก็น่าไปพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาธรรมชาติแถบนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามพระอาทิตย์กำลังจะตกดินจะมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก